ดูบทความพี่บูมครับ... พี่บูมจะกลับมาหาพวกผมในวันพรุ่งนี้ไหม

พี่บูมครับ... พี่บูมจะกลับมาหาพวกผมในวันพรุ่งนี้ไหม

     
   
     
       
     
     
     
   
     
   
     
 

พี่บูมครับ... พี่บูมจะกลับมาหาพวกผมในวันพรุ่งนี้ไหม?”

ประโยคสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำ กลับเป็นคำถามที่เปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของบูมไปตลอดกาล

ผมเติบโตขึ้นจากคำพูดเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะมันเป็นประโยคที่สวยงาม แต่เพราะมันจริงใจที่สุด ลึกที่สุด คำพูดที่อาจดูธรรมดาสำหรับใครหลายคน กลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่า เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพิสูจน์ตัวเอง แข่งขันกัน วัดคุณค่าจากผลงาน และเผชิญกับสังคมที่ค่อย ๆ บั่นทอนหัวใจโดยไม่รู้ตัว จนบางครั้ง เราหลงลืมไปว่า การเป็น "มนุษย์" สำคัญกว่าการเป็น "คนเก่ง"

การเดินทางแบบ Solo Trip เพื่อมาเป็นอาสาสมัครครั้งแรกของผม จึงไม่ใช่แค่การเดินทางข้ามจังหวัด แต่เป็นการเดินทางกลับเข้าไปพบหัวใจของตัวเอง กลับสู่รากเง้าความเป็นมนุษย์ของจิตใจตัวเองอีกครั้ง

มีหลายช่วงเวลาที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นภาษาได้ เพราะบางความรู้สึก...ต้องสัมผัสด้วยหัวใจเท่านั้น

ผมได้ทุ่มเททุกแรงกาย ทุกประสบการณ์ ทุกทักษะ และทุกบทเรียนที่สะสมมาตลอดชีวิตตลอด 29 ปี เพื่อส่งต่อให้กับเด็ก ๆ อีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเติบโต แม้ร่างกายของพวกเขาอาจไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่หัวใจของพวกเขากลับงดงามและแข็งแรงกว่าใคร       ที่ผมเคยพบเจอในหลายครั้งของชีวิต

สัมผัสแรก — การมองตา

การสบตากับเด็ก ๆ ทำให้ผมรับรู้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่ลึกเกินกว่าคำพูด มันเป็นการมองเห็นหัวใจของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง

ในวินาทีนั้น อัตตา ความทะนง ความต้องการเอาชนะ และการแข่งขันที่ผมแบกมาตลอดหลายปี ค่อย ๆ หล่นหายไปอย่างเงียบงัน เหลือเพียงตัวผม ที่พยายามจะรับรู้ เข้าใจ และ เติมเต็มกับเหตุการที่เกิดขึ้น

เหลือเพียงความตั้งใจเดียว...คืออยากเห็นใครอีกคนเติบโตเท่านั้น


ก่อนจะก้าวเข้าสู่ศูนย์พักพิง ผมให้คำมั่นกับตัวเองว่า

"วันนี้...กูไม่ได้มาที่นี่เพื่อพิสูจน์ว่าฉันเก่ง แต่กูมาที่นี่เพื่อทำให้ใครสักคนมีวันที่ดีขึ้น"

เพราะเด็ก ๆ ไม่เคยต้องการผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ

พวกเขาเพียงต้องการใครสักคนที่รับฟัง เชื่อในตัวเขา และทำให้เขารู้ว่าตัวเองมีคุณค่า

สัมผัสที่สอง — การพูดคุย

สิ่งที่มีค่าที่สุดตลอดการเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่สถานที่ที่ผมได้ไป หรือกิจกรรมที่ผมได้ทำ

แต่คือ "บทสนทนา"

ทุกคำถาม ทุกเสียงหัวเราะ ทุกความเงียบระหว่างการนั่งข้างกัน ล้วนเป็นช่วงเวลาที่เงินซื้อไม่ได้

ชีวิตของคนเราสั้นเกินกว่าจะใช้มันเพื่อความสนุกของตัวเองเพียงคนเดียว

และบางครั้ง ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราจะมอบให้ใครสักคน ไม่ใช่คำแนะนำ ไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่

แต่คือการตั้งใจฟังเขา...ด้วยหัวใจทั้งหมดที่เรามี

ผมเชื่อว่า นั่นอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าประทาน "หู" มาให้เราสองข้าง และ "ปาก" มาเพียงข้างเดียว

เพื่อให้เราเรียนรู้ที่จะรับฟัง มากกว่าพูด

การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนโลก ไม่ได้ทำให้บูมรวยขึ้น แต่มันเปลี่ยนหัวใจของคนคนหนึ่ง

และบางที...เมื่อหัวใจของคนคนหนึ่งเปลี่ยนไป โลกใบเล็กของใครอีกหลายคนก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย

 

สัมผัสที่สาม — มิตรภาพ

การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมได้พบกับกลุ่มลูกเสือจากประเทศฝรั่งเศส เด็กสาวที่เลือกใช้วันหยุดของตัวเอง ใช้เงินเก็บของตัวเอง และเดินทางข้ามซีกโลกมาเพื่อจุดหมายเดียวกัน...คือการเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

ในโลกที่ Gen Z และ Gen ใหม่ๆ จำนวนมากกำลังวิ่งไล่ตามความสำเร็จของตัวเอง การได้เห็นคนรุ่นใหม่ยอมเสียสละเวลา ความสะดวกสบาย และต้นทุนของชีวิต เพื่อมอบรอยยิ้มให้กับคนที่ไม่เคยรู้จัก คือภาพที่ทำให้ผมเชื่อว่า ความหวังของโลกใบนี้ยังคงมีอยู่

ตลอดระยะเวลาของการเป็นอาสาสมัคร เราอาจพูดกันคนละภาษา เติบโตมาจากคนละวัฒนธรรม และมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือหัวใจที่พร้อมจะรับใช้ผู้อื่น

เราเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือกันโดยไม่ต้องร้องขอ แบ่งปันกันโดยไม่ต้องคาดหวัง และหัวเราะร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด

ผมได้เรียนรู้ว่า มิตรภาพที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการใช้เวลาร่วมกันนานที่สุด แต่เกิดจากการมีคุณค่าบางอย่างร่วมกัน

เมื่อเป้าหมายของทุกคนคือการทำให้ชีวิตของใครอีกคนดีขึ้น ความแตกต่างของภาษา เชื้อชาติ และวัฒนธรรม ก็ไม่ใช่กำแพงอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสะพานที่เชื่อมหัวใจของผู้คนจากคนละมุมโลกเข้าหากัน หากเป็นเพลง คงจะที่มากที่อยากจะพูดถึงเพลง Imagine 1971 ของ John Lennon

การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ได้มอบเพียงความทรงจำ

แต่มันทำให้ผมเชื่อว่า มนุษยชาติจะงดงามที่สุด เมื่อเราเลิกถามว่า "เราได้อะไร" แล้วเริ่มถามว่า "เราจะให้อะไรกับโลกใบนี้ได้บ้าง" ต่างหากครับ

 
     

08 สิงหาคม 2569

ผู้ชม 11 ครั้ง

Engine by shopup.com