ดูบทความเรื่องของนมหนึ่งแก้ว

เรื่องของนมหนึ่งแก้ว


 

 

เด็กชายเคลลี่ ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน
เขาต้องหาเงินไปโรงเรียนเองด้วยการนำสิ่งของใส่กระเป๋าเดินไปขายตามบ้านที่อยู่ในเมืองใกล้เคียง

วันหนึ่งเขาพบว่าเมื่อจ่ายค่ารถและค่าสินค้าแล้ว เขามีเงินในกระเป๋าเหลือเพียง 10 เซ็นต์เท่านั้น
ขณะนั้นเขากำลังหิวมาก
แต่เงินสดที่เขามีอยู่นั้นไม่พอที่จะซื้ออาหารแม้แต่เพียงมื้อเดียว

ดังนั้นเขาจึงคิดจะไปขออาหารจากบ้านที่กำลังเดินไปถึง
แต่เมื่อกดกริ่ง สาวน้อยเจ้าของบ้านมาเปิดประตู
เด็กชายเคลลี่ กับเกิดความละอายใจที่จะขออาหารเหมือนกับขอทาน
เขาจึงขอเพียงน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวเท่านั้น

แต่เจ้าของบ้านสาวน้อยสังเกตุเห็นท่าทางของเด็กชายเคลลี่ว่าคงจะกำลังหิว
เธอจึงได้นำเอานมสดแก้วใหญ่มาให้เคลลี่ดื่ม เด็กชายเคลลี่ค่อย ๆ ดื่มนมจนหมดแก้ว
แล้วถามว่า ผมเป็นหนี้คุณสำหรับค่านมแก้วที่ได้ดื่มไปอยู่เท่าไหร่

เจ้าของบ้านสาวตอบว่า ไม่ได้เป็นหนี้หรอก แม่ของฉันสอนไม่ให้รับสิ่งตอบแทนจากการมีน้ำใจกับคนอื่น
เคลลี่ซาบซึ้งใจมากและตอบว่า
ถ้าเช่นนั้น ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง จากหัวใจของผมก็แล้วกันนะครับ
ขณะที่เด็กชายเคลลี่ได้เดินออกจากบ้านหลังนั้น เขาไม่เพียงแต่
รู้สึกว่าแข็งแรงขึ้นจากนมสดแก้วโตเท่านั้น
แต่เขาได้มีความเชื่อในพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์เพิ่มมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ความเชื่อของเขาเหลือน้อยมาก


อีกหลายปีต่อมา สุภาพสตรีท่านนั้นเกิดป่วยหนัก เกินกำลังกว่าที่แพทย์ในเมืองเล็กๆ ที่เธออาศัยอยู่จะรักษาได้ เธอจึงถูกส่งตัวไปรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเมืองใหญ่
คุณหมอถูกตามไปให้คำปรึกษา พอได้รับรายงานว่ามีคนไข้ส่งมาจากเมืองที่ตนเคยอยู่คุณหมอก็รีบไปดูคนไข้และทันทีที่พบ คุณหมอก็จำเธอได้ เพราะใบหน้าที่งดงามอ่อนโยนของสาวน้อยในอดีต ไม่เคยเลือนไปจากความทรงจำ หลังจากการทุ่มเท ดูแลรักษาอย่างเต็มที่ของคุณหมอ
ในที่สุดสุภาพสตรีท่านนั้นก็หายป่วยพร้อมที่จะกลับบ้าน  คุณหมอ สั่งให้เจ้าหน้าที่นำใบแจ้งค่าใช้จ่าย ไปให้กับสตรีท่านนี้
ซึ่งดูเหมือนเธอกำลังวิตกกังวลใจในเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เหมือนกัน เธอรับซองมาแต่ก็ยังไม่กล้าเปิดออกดูและก็คิดว่า เธอคงต้องใช้หนี้ค่ารักษาพยาบาลไปตลอดชีวิตที่เหลือของเธอแน่ ๆ แต่เมื่อเปิดซองพบข้อความที่ทำให้ เธอถึงกับน้ำตาไหล
ข้อความได้ถูกเขียนไว้ว่า
“ค่ารักษาได้จ่ายเรียบร้อยแล้วครับ ด้วยนมหนึ่งแก้ว”
(ลงชื่อ) หมอเคลลี่

 

เป็นเหตุการณ์จริงที่เกี่ยวกับน้ำใจไมตรีในต่างประเทศ
(ข้อมูลจากคณะทำงานกลุ่มน้ำใจไมตรี ประเทศสิงคโปร์ จากจดหมายของนายแพทย์โฮเวอร์ด เคลลี่)

19 เมษายน 2561

ผู้ชม 13 ครั้ง